วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

สถานีรถไฟราชบุรี

ภาพชายไม่ทราบชื่อ ขี่จักรยานบนถนนเล็กๆ ด้านข้างทางรถไฟ บริเวณสถานีรถไฟราชบุรีด้านทิศใต้ จะมองเห็นป้ายชื่อสถานีรถไฟอันเดิมอยู่ด้านหลัง และแท็งค์น้ำสูงที่อยู่ปลายสุดในแนวต้นไม้ทางขวามือ ทางรถไฟสายใต้ตัดผ่านเมืองราชบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ.2444 ในยุดแรกหัวรถจักรเป็นรถไอน้ำ ใช้ความดันของไอน้ำเป็นแรงในการขับเคลื่อน สถานีรถไฟตามหัวเมืองต่างๆ จึงมีแท็งค์น้ำไว้สำหรับเติมน้ำให้หัวรถจักร ต่อมาในปี พ.ศ.2477 จึงได้เริ่มมีการนำหัวรถจักรดีเซลเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งข้อดีของรถดีเซล คือ มีกำลังแรงและวิ่งได้เร็วกว่ารถไฟไอน้ำ อีกทั้งไม่มีควันพ่นขโมงจากฟืนที่ใช้ต้มน้ำให้เดือดเป็นไอปลิวเข้ามาในโบกี้ ทำให้เปรอะเป้อนเสื้อผ้าข้าวของผู้โดยสารได้ รถไฟไอน้ำได้เลิกใช้ไปในช่วงหลัง พ.ศ.2500 เป็นต้นมา แต่เรายังคงพบเห็นแท็งค์น้ำแบบนี้ได้อยู่ ตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ ในบางแห่งและที่สถานีรถไฟราชบุรีก็ยังคงมีแท็งค์น้ำนี้อยู่ในปัจจุบัน
ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 93).
-เจ้าของภาพ : รศ.ปิญากรณ์ ชุตังกร
อ่านต่อ >>

จอมพลถนอมฯ เที่ยวสวนองุ่น ดำเนินสะดวก

นายอวยชัย แซ่ลิ้ม ในฐานะสื่อมวลชนท้องถิ่นและชาวสวนดำเนินสะดวก ถ่ายรูปร่วมกับจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ในคราวที่มาเยี่ยมชมสวนองุ่นแห่งหนึ่งในอำเภอดำเนินสะดวก ภาพนี้ถ่ายไว้ราวปี พ.ศ.2500 กว่าๆ ก่อนปี พ.ศ.2510
ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 29).
-เจ้าของภาพ : อวยชัย แซ่ลิ้ม ห้องภาพนิวเทคนิค
อ่านต่อ >>

สะพานจุฬาลงกรณ์

สะพานจุฬาลงกรณ์

ภาพนายโจวหยิม แซ่ตั้ง บิดา รศ.ปิญากรณ์ ชุตังกร ถ่ายรูปคู่สะพานจุฬาลงกรณ์ สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ตัวเมืองราชบุรี นายโจวหยิม เกิดเมื่อปี พ.ศ.2449 อพยพจากเมืองแต้จิ๋ว มณฑลกว่างตง ประเทศจีน เมื่อปี พ.ศ.2469 ภาพนี้น่าจะถ่ายตั้งแต่ครั้งที่เข้ามาประเทศไทยที่เมืองราชบุรีในระยะแรกๆ และก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่งกายแบบหนุ่มๆ ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมแต่งกันในขณะนั้น สวมกางเกงแพรใส่เสื้อเชิร์ตแขนสั้น ชายเสื้อใส่ไว้ในกางเกงและคาดเข็มขัดทับโชว์ ให้เห็นเข็มขัด
ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 47,92).
-เจ้าของภาพ (บน) : ไม่ทราบ
-เจ้าของภาพ (ล่าง) : รศ.ปิญากรณ์ ชุตังกร
อ่านต่อ >>

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

ชุดภาพถ่ายของวัดมหาธาตุวรวิหาร

ขุดภาพถ่ายของวัดมหาธาตุวรวิหารที่ได้รวบรวมนำมาเผยแพร่ในที่นี้ เป็นภาพถ่ายเหตุการณ์
ในช่วงสมัยพระธรรมเสนานี เป็นเจ้าอาวาส ในราวปี พ.ศ.2497

วัดมหาธาตุวรวิหาร ถ่ายจากด้านทิศเหนือ ในราวปี พ.ศ.2501

พระภิกษุและสามเณรวัดมหาธาตุวรวิหาร ร่วมกันถ่ายรูปหมู่ประจำพรรษา ปี พ.ศ.2503 หน้าพระวิหารหลวงพ่อมงคลบุรี ก่อนการบูรณปฏิสังขรณ์ระเบียง ในภาพยังเห็นเจดีย์บนฐานด้านหน้าวิหาร ปัจจุบันเจดีย์ได้ปรักหักพังไปไม่มีแล้ว วิหารหลังนี้ เคยใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนพระอภิธรรมราชบุรี

พระพุทธรูปสมัยทวารวดี ที่พบจากวัดร้างอยู้ใกล้วัดเพรง (ร้าง) อยู่ทางเหนือของวัดมหาธาตุ ค้นพลเมื่อปี พ.ศ.2496 พบพระพุทธรูปหินสมัยทวารวดี ถึง 4 องค์ ได้แก่ พระพุทธรูปประทับยืน 2 องค์ และพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ 2 องค์ และได้นำมาประดิษฐานไว้ในวัดมหาธาตุ ต่อมาภายหลังพระพุทธรูปประทับยืนได้ถูกขโมยไปลักตัดเศียรไปทั้ง 2 องค์ เหลือแต่เพียงท่อนองค์ ปัจจุบันได้นำไปประดิษฐานรวมกันไว้ที่ด้านหลังของพระประธาน ส่วนพระพุทธรูปประทับนั่งอีก 2 องค์ ยังมีสภาพสมบูรณ์ ได้นำมาประดิษฐานไว้บนฐานด้านหน้าของพระประธาน

พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี พบจากวัดร้างใกล้วัดเพรง(ร้าง) และได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นองค์ที่มีจารึกคาถา เย ธมมา ที่ด้านหลัง รูปนี้ถ่ายไว้ขณะที่พระพุทธรูปยังประดิษฐานอยู่หน้าพระอุโบสถ และยังมีพระเศียรอยู่ครบ

พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี พบที่วัดร้างใกล้วัดเพรง (ร้าง) ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพระอุโบสถวัดมหาธาตุวรวิหาร


พระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งบนฐานบัว 2 ชั้น ศิลปะแบบทวารวดี พบจากวัดร้างใกล้วัดเพรง(ร้าง) ปัจจุบันนำมาประดิษฐานไว้บนฐานพระประธานด้านหน้าซ้าย ภายในพระอุโบสถวัดมหาธาตุ

พระราชธรรมเสนานี ศรีวิสุทธิปฎิภาณ สุขุมญาณสุนทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร รูปที่ 4 (พ.ศ.2495-พ.ศ.2503) ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช เมื่อปี พ.ศ.2500 และนับเป็นพระราชาคณะชั้นราชองค์แรกของจังหวัดราชบุรี นั่งอยู่หน้าพระประธานภายในพระอุโบสถของวัด เมื่อปี พ.ศ.2497 ทางด้านซ้าย-ขวา ด้านหน้าพระประธานจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปประทับยืนสมันทวารวดี ทั้ง 2 องค์ ที่พบที่วัดเพรง(ร้าง) และองค์ซ้ายมือ คือ องค์ที่มีคาถา เย ธมมา ที่ด้านหลัง ยังคงมีพระเศียรอยู่ครบสมบูรณ์


สามเณรน้อย ยืนถ่ายรูปที่ด้านหน้าวิหารหลวงพ่อมงคลบุรี น่าจะถ่ายอยู่ในช่วงหลังปี พ.ศ.2494 จะสังเกตเห็นหลวงพ่อมงคลบุรี ยังทาสีขาวทั้งองค์และจีวรทาสีเหลือง มาในปี พ.ศ.2538 จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ และทาเป็นสีดำทั้งองค์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

พระธรรมเสนานี เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีและเจ้าอาวาวัดมหาธาตุวรวิหาร เปิดอบรมพระที่จะเป็นอุปัชฌาย์ ที่วัดบ้านโป่ง เมื่อปี พ.ศ.2497


พระสงฆ์ที่เข้าอบรมพระอุปัชฌาย์ที่วัดบ้านโป่ง เมื่อปี พ.ศ.2497 พระที่เข้าอบรมนี้ จะต้องเป็นพระระดับเจ้าคณะตำบลขึ้นไป อบรมหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์

พระสมุห์สุชาติ เขมมะปัญโญ ขณะทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดราชบุรี กำลังอ่านรายงานในงานอบรมพระอุปัชฌาย์ที่วัดบ้านโป่ง เมื่อปี พ.ศ.2497
พระสุมห์สุชาติ ต่อมาคือพระครูบวรธรรมสมาจาร รองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และอดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองราชบุรี พระสมุห์สุชาติบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดปากท่อ และย้ายมาอยู่ที่วัดมหาธาตุ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 ท่านเป็นผู้ที่จัดตั้งโรงเรียนพระอภิธรรมและศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน ขึ้นภายในวัดมหาธาตุ เป็นการสืบทอดเจตนารมมณ์ของหลวงพ่อธรรมเสนานี ที่ต้องการให้วัดมหาธาตุราชบุรี สมบูรณ์พร้อมทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ เป็นไปตามแบบแผนของวัดในพระพุทธศาสนาทุกประการ
พระครูบวรธรรมสมาจาร มรณภาพเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2530

การอบรมพระภิกษุเรื่องการอุปสมบทที่วัดโพธาราม อ.โพธาราม เมื่อปี พ.ศ.2497

พระภิกษุสงฆ์ถ่ายรูปร่วมกันหลังเสร็จการอบรม

หลวงอินทเขมา(เปาะ) หรือ พระราชเขมาจารย์ วัดช่องลม อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองราชบุรีและที่ปรึกษาเจ้าคณธจังหวัดราชบุรีในขณะนั้น ถ่ายรูปในงานทอดกฐิน วัดปากท่อ เมื่อปี พ.ศ.2495



งานทอดกฐินของวัดปากท่อ ราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2495

ฐานรากของตึกธรรมเสนานี ภายในวัดมหาธาตุ ขณะกำลังก่อสร้างประมาณ ปี พ.ศ.2494
ตึกธรรมเสนานี (สุข) โรงเรียนปริยัติธรรมของวัดมหาธาตุ เริ่มสร้างในสมัยของพระธรรมเสนานี ในราวปี พ.ศ.2494 การก่อสร้างดำเนินการเป็นระยะๆ ไม่ได้สร้างจนแล้วเสร็จในคราวเดียว จนกระทั่งปี พ.ศ.2497 ก็ยังไม่แล้วเสร็จดี แต่ก็พอใช้งานได้ มาแล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมับของเจ้าอาวาสองค์ต่อมา คือ พระเทพวิสุทธิโมลี


เมรุและเตาเผาของวัดมหาธาตุ เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เมรุเผาศพของวัดมหาธาตุแห่งนี้ คุณหลวงบุรณเวชวาณิชย์ เจ้าของห้างบริบูรณ์โอสถ กรุงเทพฯ เป็นผู้สร้างถวายให้แก่วัด เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2495 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2496 สิ้นเงินในการสร้าง 131,571.45 บาท


ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 33-43).
-เจ้าของภาพ : วัดมหาธาตุวรวิหาร

อ่านต่อ >>

ภาพถ่ายพระจำเนียรอักษร

ภาพถ่ายพระจำเนียรอักษร อัดบนกระดาษอัดรูปที่ทำเป็นโปสการ์ด ที่มุมขวาด้านล่างของภาพมีลายมือเขียนชื่อ พระจำเนียรอักษร ไว้อย่างชัดเจน ส่วนด้านหลังมีลายมือเขียนไว้เช่นกัน ระบุวัน เดือน ปี และสถานที่ถ่ายภาพไว้แน่นอน คือ ถ่ายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2467 ที่หน้าที่ทำการ ณ ค่ายหลวงบ้านโป่ง ซึ่งตรงกับช่วงรัชกาลที่ 6 และในสมัยของพระองค์นั้น ได้โปรดเกล้าให้มีการจัดตั้งกองทหารเสือป่าขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2454 หลังจากที่ทรงครองราชย์ได้เพียง 5 เดือน ด้วยทรงมีพระประสงค์ที่ต้องการให้เจ้านาย ข้าราชการ พ่อค้าและสามัญชนทั่วไป มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมอย่างทหาร เพื่อการเตรียมความพร้อมไว้ สำหรับการป้องกันรักษาดินแดนไทยในโอกาสที่จำเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังได้เสด็จจังหวัดราชบุรีเกือบทุกปี เพื่อทำการซ้อมรบเสือป่าในท้องที่บ้านโป่ง เจ็ดเสมียนและโพธาราม และพระจำเนียรอักษร ในภาพนี้ คงเป็นข้าราชการในพระองค์ที่ติดตามมาในการซ้อมรบเสือป่าที่ค่ายหลวงบ้านไร่ ปี พ.ศ.2467 นั้นเอง
ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 106).
-เจ้าของภาพ : สาธิต เกียรติสุพิมล
อ่านต่อ >>