วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

ภาพชาวกะเหรี่ยงวัดบ้านบ่อ

คณะข้าราชการศึกษาธิการ จ.ราชบุรี และผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี ถ่ายภาพร่วมกับครูโรงเรียนวัดบ้านบ่อและสาวชาวกะหรี่ยง ที่หน้าเสาเจดีย์พุทธแบบกะเหรี่ยงภายในวัดบ้านบ่อ ต.สวนผึ้ง ในคราวไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนในราวปี พ.ศ.2511 คนที่ 2 จากซ้ายไปขวา คือนายแพทย์สมนึก วิทิศวรการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรีในขณะนั้น เป็นบุคคลที่ชาวกะเหรี่ยงให้ความเคาระนับถือและเรียกว่า "คุณพ่อ" เนื่องจากเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตชาวกะเหรี่ยงที่ป่วยเป็นไข้มาเลเรียไว้เป็นจำนวนมาก หากคนไหนมีอาการหนักก็จะอุปการะส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเสมอ
ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 80).
-เจ้าของภาพ : อ.สุรินทร์ เหลือละมัย
อ่านต่อ >>

ภาพการสงเคราะห์ของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี

ภาพการสงเคราะห์เก็บศพผู้ยากไร้ ทางมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี จะให้ความช่วยเหลือโดยนำไปฝังไว้ที่สุสานของมูลนิธิที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดศรีเมืองในปัจจุบัน






ภาพสุสานจีนของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี บริเวณฝั่งตรงข้ามกับตลาดศรีเมืองปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่






คณะกรรมการมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ถ่ายภาพร่วมกันที่ด้านหน้าอาคารที่ทำการมูลนิธิ

ประธานมูลนิธิมอบเงินช่วยเหลือแก่สาธารณะกุศล

ที่มา :
-พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 71-75).
-เจ้าของภาพ : มูลนิธิประชานุกูล
อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

เปิดป้ายหมู่บ้านชัฎป่าหวาย

จอมพลถนอม กิตติขจร เปิดป้ายหมู่บ้านชัฎป่าหวายพัฒนา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2513
เมื่อปี พ.ศ.2512 ได้เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลบ่าล้นฝั่งลำน้ำชี ทำให้บ้านเรือนราษฎรและพืชผลถูกกระแสน้ำพัดทำลายเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง ซึ่งมีชาวไทยกะเหรี่ยงอยู่เป็นจำนวนมาก หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 20 กรป.กลาง ได้รีบเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยใช้เรือบรรทุกผู้คนอพยพไปอยู่ที่ดอน และขนอาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรคแจกจ่ายอย่างทั่วถึง ภายหลังต่อมาทางการจึงได้อพยพผู้คนไปสร้างหมู่บ้านเกิดใหม่ โดยจัดสรรที่ดินกับบ้าน 1 หลังให้แต่ละครอบครัว และได้ตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งใหม่นี้ว่า "หมู่บ้านชัฎป่าหวายพัฒนา"

ที่มา :
-ข้อมูล : พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 79).
-เจ้าของภาพ : อ.สุรินทร์ เหลือละมัย
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

ภาพไฟไหม้ราชบุรี พ.ศ.2503

เหตุการไฟไหม้เมืองราชบุรี ในปี พ.ศ.2503 เกิดขึ้นบริเวณถนนราษฎรยินดี (เช่นเดียวกับในปี พ.ศ.2499) เกิดขึ้นกลางคืนเวลาประมาณ 01.30 น. ต้นเพลิงคือโรงงานทำธูป บริเวณที่ตั้งของร้านวิทยาอิเลคโทรนิคส์ในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจากความประมาท
ภายหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ ทางการจึงสร้างสะพานธนะรัชต์ สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองคู่ขนานกับสะพานรถไฟหรือสะพานจุฬาลงกรณ์ เนื่องจากตอนที่เกิดเหตุไฟไหม้ รถดับเพลิงเข้าไปยังพื้นที่ได้ลำบาก เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มาตรวจเยี่ยมหลังเกิดเหตุแล้ว จึงได้สั่งให้สร้างสะพานธนะรัชต์ขึ้น

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจดูความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ ในภาพ นายวิชัย มณีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กำลังรายงานเหตุการณ์ให้ทราบ


มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ได้จัดตั้งกองบรรเทาทุกข์ที่บริเวณหน้าสุขศาลาเทศบาลเมืองราชบุรี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้านทองเกษตร ห้างแว่นตานาฬิการศรีนคร ฝั่งตรงข้ามกับภัตตาคารรื่นรสในปัจจุบัน เพื่อนำข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีผู้ร่วมกันบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในเหตุเพลิงไหม้ ในครั้งนี้
นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี แก่ผู้ประสบอัคคีภัย และได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับคณะกรรมการของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี

ถ่ายจากบริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า เจ้าหน้าที่ของทางราชการและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี รวมทั้งชาวบ้าน กำลังช่วยกันชั่งตวงข้าวสารแบ่งใส่ถุง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้





ชาวบ้านผู้ประสบอัคคีภัย กำลังเข้าแถวเพื่อรอรับแจกข้าวสารจากมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเดิม


มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ได้ไปตั้งกองหุงข้าวภายในวัดช่องลมเพื่อนำไปเลี้ยงผู้ที่ประสบอัคคีภัย ในครั้งนั้น



มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ตั้งกองบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย




ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายจันทร์ สมบูรณ์กูล (ใส่แว่นตาดำ) เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ภายในกองบรรเทาทุกข์

คณะกรรมการมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ที่ไปร่วมกันตั้งโต๊ะรับบริจาคภายในกองบรรเทาทุกข์


นายสงัด รักษ์เจริญ นายอำเภอเมืองราชบุรี และ พ.ต.อ.พร้อม สุขมาก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี มาร่วมจัดทำในส่วนของข้อมูลทะเบียนราษฎรแก่ผู้ที่ประสบอัคคีภัย ที่กองอำนวยการมูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี




ที่มา :
ข้อมูล : พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 51-66).
เจ้าของภาพ : มูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี
อ่านต่อ >>

ถนนวรเดชและหอนาฬิกา

ภาพบรรยากาศเมืองราชบุรี บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ถนนวรเดช ในตอนกลางวัน ประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ภายในภาพปรากฏสถานที่สำคัญของเมืองราชบุรี คือ หอนาฬิกาและบรรยากาศของตัวตลาดราชบุรี ที่มีอาคารร้านค้าเป็นตึกสูงสองชั้น มุงด้วยกระเบื้องว่าว ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตึกแถวที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 4-5 แบบเดียวกันตลอดทั้งแถวถนนวรเดชริมน้ำแม่กลอง ทิวสนที่ปลูกเรียงรายคู่กับถนนวรเดช และในภาพยังมีภาพวิถีชีวิตของการใช้สายน้ำแม่กลองเป็นเส้นทางคมนาคม โดยมีเรือขนส่งสินค้าและเรือเมล์ที่ขนส่งผู้คนออกมาจากภายในสวน คือแถบดำเนินสะดวก วัดเพลงและสมุทรสงคราม มาจอดเทียบท่าบริเวณริมน้ำแม่กลอง ที่มุมซ้ายด้านล่างของภาพจะเห็นรถเมล์สองแถวที่วิ่งรับส่งผู้คนจากนอกตัวเมืองเข้ามาภายในตัวเมือง (ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นรถเมล์สองแถวสายใด) และเมื่อลองสังเกตที่บริเวณด้านหน้าของรถเมล์สองแถว จะเห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองในสมัยนั้นที่นำประปายังให้บริการไม่ทั่วถึง ก็ต้องออกมาหาบน้ำจากลำน้ำแม่กลองขึ้นมาเพื่อนำกลับไปใช้อุปโภคบริโภคภายในครอบครัว
ในภาพด้านขวา เป็นบรรยากาศของสนามหญ้า ตลาดสนามหญ้า หรือตลาดราชพัสดุ เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว สนามหญ้าถือได้ว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองราชบุรี และยังมีหอนาฬิกาสิ่งปลูกสร้างที่กลายเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองราชบุรี ในอดีตบริเวณแห่งนี้ มีหญ้าปลูกขึ้นเขียวขจีไปทั่วทั้งสนาม และมีน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลางสนาม คนทั่วไปจึงเรียกติดปากว่า "สนามหญ้า" มาจนถึงปัจจุบัน
สนามหญ้าเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นของผู้คนในตลาดและที่อยู่ใกล้เคียง พอถึงเวลาตอนเย็นก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยมาตั้งขายอาหารของกินกันอย่างเรียงราย ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจนถึงรุ่งเช้า กลายเป็นตลาดโต้รุ่ง เช่นเดียวกับตลาดโต้รุ่งองค์พระที่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และตลาดโต้รุ่งแห่งนี้ยังเป็นสถานที่แห่งเดียวในอดีตที่ชาวเมืองราชบุรี สามารถออกมาหาซื้อของกินได้ในเวลากลางคืน
ต่อมาในปี พ.ศ.2527 ทางราชพัสดุได้มีโครงการปรับปรุงตลาดโต้รุ่งสนามหญ้าให้มีระเบียบเรียบร้อยดูสวยงามมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการสร้างหลังคาคุมกันแดดกันฝนขึ้นอย่างถาวร และจัดแบ่งสันพื้นที่ขายของให้แก่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเข้ามมาขาย และได้ตั้งชื่อตลาดโต้รุ่งที่ปรับปรุงใหม่นี้ว่าตลาดราชพัสดุ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นตลาดขายอาหารของกินตลอดทั้งวันมาจนถึงปัจจุบัน การปรับปรุงสนามหญ้าในครั้งนั้นเท่ากับเป็นการปิดตำนานสวนสาธารณะสนามหญ้าที่มีหญ้าขึ้นปกคลุมเขียวขจีลงเหลือเพียงแต่ความทรงจำของคนรุ่นก่อน และสร้างความสงสัยให้คนรุ่นใหม่ว่า ทำไมตลาดขายอาหารกลางเมืองราชบุรีที่หาหญ้าสักต้นหนึ่งไม่พบ จึงถูกเรียกว่า "สนามหญ้า"
ภาพนี้สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือการถ่ายภาพของนายสุรินทร์ วิรุฬห์วชิระ ที่ถ่ายจากบนดาดฟ้าบ้านของนางหัทยา มณีกุล




สนามหญ้าในยามค่ำคืนเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว กลายสภาพเป็นตลาดโต้รุ่งที่มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยพากันมาตั้งขายอาหารและของกินต่างๆ อยู่เต็มไปหมด
ที่มา : พูลศรี จีบแก้ว.(2552). ภาพเก่าเล่าอดีต. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (หน้า 108-110).


อ่านต่อ >>